เมื่อ OR เริ่มเติมเต็มความสุข
ในปัจจุบันพวกเราส่วนใหญ่ก็มองธุรกิจของ OR ชนิดแบบเห็นน้ำเห็นเนื้อ ก็ไม่พ้น 2 ธุรกิจหลัก นั่นก็คือ การขายน้ำมันและการขายกาแฟ แต่ทว่าหากมองให้ลึกลงไป

เมื่อ OR เริ่มเติมเต็มความสุข

สำหรับ OR หากยิงคำถามไปที่ทุกท่านว่า คุณนึกถึงธุรกิจอะไร หลายคนก็คงตอบได้ว่า พวกเขาขายน้ำมัน เพราะรายได้หลัก 90% มาจากการขายปลีกน้ำมัน และก็คงมีบางคนที่เถียงว่า แม้รายได้หลักมาจากการขายน้ำมัน แต่น้ำมันทำกำไรได้น้อย ซึ่งหากนับเฉพาะการทำกำไรจริง ๆ การขายกาแฟอย่างคาเฟ่ อเมซอน สามารถทำกำไรในอัตราที่สูงกว่าการขายน้ำมัน แบบนี้ก็ไม่ผิดครับ

และผมเชื่อว่า ในปัจจุบันพวกเราส่วนใหญ่ก็มองธุรกิจของ OR ชนิดแบบเห็นน้ำเห็นเนื้อ ก็ไม่พ้น 2 ธุรกิจหลัก นั่นก็คือ การขายน้ำมันและการขายกาแฟ แต่ทว่าหากมองให้ลึกลงไป พวกเขาตั้งใจจะทำธุรกิจเพียงแค่นี้จริง ๆ หรือ? ในวันนี้ ผมจะมาทบทวนสิ่งที่ผมจินตนาการ ให้ทุกท่านอ่านกันอีกครั้งครับ

OR ขายความสุข เติมเต็มการใช้ชีวิตของผู้คน

สำหรับจินตนาการของผม ที่เกิดจากการขยับตัวของทีมงาน OR ไล่ตั้งแต่ การเข้าไปมีส่วนร่วมในธุรกิจอาหาร เช่น ร้านโอ้กะจู๋ ร้านโคเอ็น ธุรกิจโลจิสติกส์อย่าง แฟลชเอ็กซ์เพรส การร่วมมือกับ 500 tuk tuk เพื่อลงทุนในstart up ที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจซึ่งสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้คน ได้แก่ พลังงาน อาหารและเครื่องดื่ม

ยานยนตร์ เทคโนโลยี ท่องเที่ยว และการแพทย์ เหล่านี้ ล้วนมีทั้งความจำเป็นต่อชีวิต กึ่งจำเป็นต่อชีวิต และไม่จำเป็นมากแต่เป็นการสร้างประสบการณ์ เพื่อให้เกิดความสุขของผู้คนทุกรูปแบบ ซึ่งเหล่านี้ หลายคนดูแคลนว่า ใคร ๆ ก็ทำได้ หรือแม้กระทั่งคู่แข่งก็สามารถเข้ามาแข่งขันได้ง่าย อาจทำให้ธุรกิจเติบโตได้ยาก

ใช่ครับ ในอนาคตไม่มีใครรู้ ว่าจะมีใครเป็นคู่แข่ง และไม่มีใครรู้ว่า OR จะทำได้เหมือนกับที่ประชาสัมพันธ์ไว้หรือเปล่า แต่สิ่งที่เราสังเกตเห็นก็คือ พวกเขากำลังทำสิ่งที่เขาประชาสัมพันธ์ไว้เรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดหย่อน ยกตัวอย่างเช่น การผุดร้าน โอ้กะจู๋ ในพื้นที่สำคัญอย่าง Active park เมืองทองธานี ซึ่งถ้าทบทวนความจำกันจริง ๆ พวกเขาทำได้อลังการกว่าที่คุยไว้อีกนะครับ

เพราะตอนที่คุยไว้ จะทำเพียงแค่ Grab&go ในคาเฟ่ อเมซอน แต่ก็เอาเถอะ ยังไงมันก็ไม่เกินจินตนาการของนักลงทุนหรอก ว่ายังไงพวกเขาต้องเปิดสาขาใหญ่แบบเต็ม ๆ ในพื้นที่ที่มีกำลังซื้อแน่ ๆ เพราะว่า ผักและอาหารจากร้านโอ้กะจู๋ เป็นของที่มีคุณภาพ

สุดท้าย ผมขอเตือนว่า นี่คือมุมมองส่วนตัวบวกจินตนาการของผมซึ่งทุกท่านต้องคิดเองครับ ซึ่งผมมองว่า ในอนาคต พวกเราจะไม่มีโอกาสเห็นราคาหุ้น OR ในระดับ 26 บาทอย่างแน่นอน…และหลายคนก็จะพูดว่า รู้งี้…

 เครดิตภาพ gotomanager.com,500.co และmatichon.co

#การลงทุน #เทรนการลงทุน #เทคนิคการเล่นหุ้น #หุ้นOR