เรื่องเล่าเรากับหุ้น ตอน เจ็บเพราะเชื่อเขา ซึ่งจะโทษเขาก็ไม่ได้
เริ่มมาแบบนี้ ผมไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเล่านิยายรัก ว่าวันหนึ่งมีใครก็ไม่รู้ มาพูดให้เชื่อ พูดให้รัก แล้วเขาก็ตีจากไป คงเหลือไว้เพียงความทรงจำ

เรื่องเล่าเรากับหุ้น ตอน เจ็บเพราะเชื่อเขา ซึ่งจะโทษเขาก็ไม่ได้

  เริ่มมาแบบนี้ ผมไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเล่านิยายรัก ว่าวันหนึ่งมีใครก็ไม่รู้ มาพูดให้เชื่อ พูดให้รัก แล้วเขาก็ตีจากไป คงเหลือไว้เพียงความทรงจำที่ขมขื่นนะครับ555 แต่ผมกำลังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหุ้น จากประสบการณ์ที่ผมได้มีโอกาสประสบพบเจอ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องราวของผมเอง หรือเรื่องราวของท่านอื่น ที่คิดว่าน่าสนใจ เล่าแล้วเป็นประโยชน์

ที่อาจไม่ได้ประโยชน์มากในระดับประเทศหรือระดับโลก เพียงแต่เป็นประโยชน์สำหรับคนธรรมดา ที่เพิ่งสนใจการลงทุนในหุ้น แล้วรู้สึกว่า ในสื่อสังคมออนไลน์ มีแต่คนโชว์พอร์ตเขียว ไม่เห็นมีใครเขาขาดทุนจากการลงทุนเลย ทั้ง ๆ ที่จากสถิติ ในบรรดานักลงทุนที่เข้าไปลงทุน มีเพียง 20% เท่านั้น ที่ประสบความสำเร็จ ส่วนที่เหลืออีก 80% เจ๊งครับ ซึ่งในวันนี้ผมจะเล่าวิธีการที่นำไปสู่หนทางเจ๊งสักเรื่อง เพื่อให้หน้าใหม่หลีกเลี่ยง อย่าหาทำเด็ดขาด!!!

ซื้อหุ้นตามเขา เจ็บเพราะเขา แต่โทษเขาไม่ได้

ตามหัวข้อเลยครับ การซื้อหุ้นตามเขา ซึ่งเขาที่ว่านี่ไม่ใช่เขาหรือดอยนะครับ แต่หมายถึงเขาที่เป็นคนอื่น เช่น เพื่อน ญาติ หรือใครก็แล้วแต่ ที่บอกว่ามีวงในมาบอก หรือแม้กระทั่งหุ้นมันดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ซึ่งความจริงอาจจะดีอย่างพี่เขาว่าก็ได้ เพียงแต่ว่า เขาไม่ได้บอกเราว่าซื้อตอนไหนดี ราคาเท่าไร หรือแม้กระทั่งขายตอนไหน และด้วยความที่ไม่มีใครมาบอกคุณทุกสิ่งอย่างเนี่ยแหละ หากคุณเชื่อเขา คุณกำลังเดินเข้าสู่หายนะ ที่แทบจะควบคุมอะไรไม่ได้เลย

ยกตัวอย่างเช่น เขาบอกว่าหุ้นตัวนี้ดีนะ ที่ผ่านมาให้ปันผลเกือบ 10% คิดซะว่าฝากเงินที่ให้ผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ แทนที่จะฝากกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยกะจึ๋งนึง…พอได้ยินดังนั้น ความโลภก็ถาโถมเข้ามาในจิตใจ ปันผลตั้ง 10% ลงล้านได้แสน ลงแสนได้หมื่น เชียวนะโว้ยยย…จัดไปพอกรุบกริบ ด้วยมูลค่า 100,000 บาท โดยประมาณ แต่ทว่าหุ้นเจ้ากรรม มันไม่ได้แน่นิ่งเหมือนเงินฝาก

เพราะนอกจากมันจะผันผวนเป็นปกติวิสัยแล้ว ธุรกิจที่ทำอยู่ก็แบบว่า ตะวันตกดิน ไม่ใช่ธุรกิจแห่งอนาคต สุดท้ายกำไรที่เคยได้ก็น้อยลง สุดท้ายปันผล ก็ไม่ได้เหมือนเก่า ซ้ำร้าย ราคาหุ้นก็สาละวันเตี้ยลงเรื่อย ๆ ตามกำไรที่ลดลง กว่าจะรู้ตัวว่าโดนเข้าแล้ว ช่องผลตอบแทนขวาสุดของพอร์ต ก็แดงแปร๊ด ชนิดที่เรียกว่า แดงดิ่ง ชนิดโงหัวไม่ขึ้น สุดท้ายทำใจคัทลอสแบบชีช้ำ จากจะได้เงินหมื่น กลับเสียห้าหมื่น!!!

นี่หละครับหุ้น ที่เขาว่าเจ็บเพราะเขา แต่ก็โทษเขาไม่ได้ เพราะซื้อเองโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ…สวัสดีครับ

เครดิตภาพ staytalk.com,posttoday.comและthairath.co.th

 #การลงทุน #เทรนการลงทุน #เทคนิคการเล่นหุ้น