เรื่องเล่าเรากับหุ้น ตอน ถือยาวแค่ไหน
ความจริงเรื่องราวของหุ้นนั้น ให้เรียนรู้เท่าไรก็ไม่มีวันจบ ซึ่งมีอยู่ปัญหาหนึ่งของนักลงทุน ที่ถือว่าเป็นปัญหาสุดคลาสสิค ชนิดที่เรียกว่า

เรื่องเล่าเรากับหุ้น ตอน ถือยาวแค่ไหน

  ความจริงเรื่องราวของหุ้นนั้น ให้เรียนรู้เท่าไรก็ไม่มีวันจบ ซึ่งมีอยู่ปัญหาหนึ่งของนักลงทุน ที่ถือว่าเป็นปัญหาสุดคลาสสิค ชนิดที่เรียกว่า ยังคงวนเวียนอยู่ในแวดวงการลงทุนวันแล้ววันเล่า ว่าเราจะถือหุ้นที่เราซื้อไปจนถึงเมื่อไร หรือ ถือยาวแค่ไหน เพราะต้องยอมรับว่า หลายคนที่เพิ่งเข้ามาลงทุนไม่นาน

ที่มีความนิยมชมชอบการลงทุนตามปัจจัยพื้นฐาน ชอบการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ที่มีไอดอลทั้งในระดับโลกและในเมืองไทย ซึ่งพวกเขาเหล่านั้น ถือหุ้นตัวหนึ่งยาวมาก ๆ เป็น 10 ปี หรือแม้กระทั่งยังไม่เคยขายเลยก็มี และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ นักลงทุนหน้าใหม่หลายคน ไม่กล้าที่จะขายหุ้นออกไปเร็ว เพราะกลัวคนอื่นเขาหาว่า เป็น VI ปลอม หรือเป็น VI เก๊ เป็นต้น แต่หารู้ไม่ว่า โลกในทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว การจะหาหุ้นที่ถือไว้นานเป็น 10 ปี นั้นไม่ง่าย

การถือหุ้นในยุคใหม่

ก่อนที่จะพูดถึงระยะเวลาของการถือหุ้น ผมคิดว่าเราต้องรู้จักตัวเองก่อนว่า เรามีความสุขกับการลงทุนหรือไม่ ถ้ามี เรามีความสุขจากด้านไหนของมัน ยกตัวอย่างเช่น บางคนมีความสุขในการเป็นส่วนหนึ่งของกิจการที่มีชื่อเสียง แต่บางคน การได้มีรายได้ประจำจากหุ้นให้กินใช้ก็เพียงพอแล้ว

ไม่ได้อินอะไรกับการเป็นเจ้าของกิจการที่มีชื่อเสียงอะไรมาก ซึ่งถ้าท่านเป็นคนที่มีความสุขอย่างหลัง บางทีเป้าหมายในเรื่องผลตอบแทนแต่ละปี อาจมีความสำคัญมากกว่าการถือหุ้นให้ยาวเพียงเพื่อประกาศให้คนอื่นรู้ว่า ฉันถือยาวเพราะฉันเป็น VI ซึ่งย่อหน้าถัดไป คือ หลักของการถือหุ้นยุคใหม่ ที่เป็นการขายเมื่อมีเหตุผลเพียงพอครับ

1.ขายเมื่อพื้นฐานของหุ้นตัวนั้นเปลี่ยนแบบถาวร ข้อนี้หมายความว่า พวกเขาอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจ แต่ธุรกิจของพวกเขามันไปต่อไม่ไหวในระยะยาว แบบนี้ ยังไงก็ต้องขายครับ

2.ขายเมื่อถึงราคาเป้าหมายแล้ว ข้อนี้ตอบโจทย์คนที่ประเมินมูลค่าหุ้นมาอย่างดีว่า หุ้นตัวนี้ควรมีราคาเท่าไร ซึ่งเมื่อถึงราคานี้ เขาวางแผนแล้วว่าต้องขาย ซึ่งระยะเวลาอาจจะแค่ 1-2 ปี ก็ได้

3. ขายเมื่อเจอหุ้นที่ดีกว่า ข้อนี้ไม่ใช่ว่าหุ้นที่ถืออยู่ไม่ดีนะครับ แต่หุ้นตัวใหม่มีโอกาสเติบโตมากกว่า เช่น ตัวเก่าเติบโต 10-15% แต่ตัวใหม่เติบโตในระดับ 20% ขึ้นไป แบบนี้ก็ขายเถอะครับ หรืออาจจะแบ่งมาส่วนหนึ่งเพื่อลงทุนก็ไม่ผิดอะไร

สุดท้าย การลงทุนในหุ้นนั้นมีความเสี่ยง จงศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการลงทุนเสมอ และอย่าตัดสินใจลงทุนทันทีเพียงเพราะคนที่คิดว่าเป็นเซียนเขาบอกมา…สวัสดีครับ

เครดิตภาพ essentialbinaryoptions.com,prachachat.netและkomchadluek.net

#หุ้น #การลงทุน #เทรนการลงทุน #เทคนิคการเล่นหุ้น