UTP แรงทะลุตลาด
ผู้ที่ได้ประโยชน์กับธุรกิจนี้นอกจากเจ้าของแพลตฟอร์มแล้ว คงหนีไม่พ้นบริษัทที่ผลิตบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงหุ้นUTP ที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อจากนี้

UTP แรงทะลุตลาด

ในห้วงเวลาที่อะไร ๆ ก็ดูเป็นข่าวร้ายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิกฤตโควิด19 ที่พักหลัง ๆ มีข่าวคราวเกี่ยวกับการนำวัคซีนไปทดลองกับอาสาสมัคร ซึ่งมีทั้งเกิดอาการเจ็บป่วยและเสียชีวิต อีกทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจและสถานการณ์บ้านเมืองภายในประเทศของเรา และเมื่อจะหันไปมองหาธุรกิจที่ไม่ถูกกระทบ ก็รู้สึกว่าจะหายากเต็มที ยิ่งเมื่อมองไปที่งบการเงินของแต่ละบริษัทก็พบว่า ไม่ขาดทุนก็กำไรน้อยลงมากเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ซึ่งหากจะหวังว่าให้บริษัทเหล่านี้มีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าเก่าหรือแม้กระทั่งให้ดีเท่าเดิม ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก ภายใต้สภาวการณ์ที่ประชาชนมีกำลังเงินน้อย ไม่เพียงพอที่จะออกเดินทางเพื่อจับจ่ายใช้สอยเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งตรงกันข้ามกับธุรกิจ E-COMMERCE ที่เติบโตไม่มีสะดุด และแน่นอนผู้ที่ได้ประโยชน์กับธุรกิจนี้นอกจากเจ้าของแพลตฟอร์มแล้ว คงหนีไม่พ้นบริษัทที่ผลิตบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงหุ้นUTP ที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อจากนี้

ราคาหุ้นUTPไม่ตกเลย

ด้วยพฤติกรรมของผู้คนที่เริ่มเปลี่ยนแปลงในเรื่องการซื้อสินค้าต่าง ๆ ที่ปัจจุบันนิยมซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น เพราะง่ายและไม่ได้มีราคาแพง รวมทั้งมีเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19มาเป็นตัวเร่ง ยิ่งส่งผลให้UTP มีกำไรเพิ่มขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 50% จากเมื่อปลายปี 2562 ราคาของหุ้นอยู่ที่ 9.50 บาท เท่านั้น ซึ่งราคาในปัจจุบัน อยู่ที่ 14.30 บาท (ราคา ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2563) เรียกได้ว่า ถ้าใครอ่านเกมขาด ซื้อหุ้นไว้ตอนช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2563 ซึ่งหุ้นมีราคาต่ำกว่า 10 วันนี้ก็คงยิ้มแน่นอน

สำหรับสถานการณ์ของUTPในอนาคต ทางบริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้มีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังประเทศสำคัญ ๆ อย่าง จีน เวียดนามและไต้หวัน ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนสำคัญที่สามารถดันให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ ถึง 30 % ด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่บริษัทสามารถทำกำไรได้ดี สัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 10%เท่านั้น ที่เหลือ 90%เป็นการจำหน่ายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้ผลประกอบการและการทำกำไรของUTPจะทำได้ดีมากในปีนี้ สมกับเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายกระดาษลูกฟูกรายใหญ่ของประเทศ ที่มีสัดส่วนในตลาดประเทศไทยถึง 6.6% แต่ก็ต้องยอมรับว่าธุรกิจในลักษณะนี้กำลังได้รับความนิยม เนื่องด้วยเทรนด์ของโลกที่เริ่มเปลี่ยนไป เราก็ต้องพิจารณาถึงอนาคตด้วยว่า บริษัทมีการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ที่ส่งผลให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนหรือไม่ มิเช่นนั้นแล้ว ท่านนักลงทุนอาจต้องผิดหวังในระยะยาวก็เป็นได้

ขอบคุณภาพจาก investerest , boxjourney และ mitihoon

#UTP #แรงทะลุตลาด #เทคนิคการเล่นหุ้น